เลือกภาษา : TH | EN
ความรับผิดชอบต่อสังคม

นโยบายภาพรวม

นอกจากการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรมอันเป็นหลักการสำคัญที่บริษัทฯ ปลูกฝังให้แก่พนักงาน และตั้งเป้าหมายให้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กรแล้ว บริษัทฯยังมีความมุ่งมั่นที่จะแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมโดยดำเนินโครงการสาธารณประโยชน์ต่างๆ อย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม เพื่อมุ่งสร้างจิตสำนึกในการเป็นผู้ให้และเกื้อกูลสังคม ด้วยการเปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนได้เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ต่างๆ ทั้งในด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนของชุมชน รวมถึงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างจิตสำนึกในการเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม กิจกรรมเพื่อสังคม โดยมีการตั้งคณะทำงานรับผิดชอบปฏิบัติการและติดตามผลอย่างต่อเนื่องเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่วางไว้ และมีฝ่ายจัดการเป็นผู้ให้คำแนะนำ จึงกล่าวได้ว่าแนวทางในการดำเนินโครงการและกิจกรรมสาธารณประโยชน์ของบริษัทนั้นถูกขับเคลื่อนโดย “จิตอาสา” เป็นหลัก โดยมีคณะทำงานความรับผิดชอบต่อสังคม หรือ Corporate Social Responsibility (CSR) ทำหน้าที่กำหนดแนวทาง จัดทำงบประมาณ และดำเนินการจัดกิจกรรม รวมทั้งติดตามผลการดำเนินงาน จัดทำรายงานเสนอต่อฝ่ายจัดการ และเป็นศูนย์กลางในการติดต่อประสานงานด้าน CSR กับหน่วยงานภายนอก ตามนโยบายการดำเนินงานที่มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนแก่ชุมชนและสังคม นอกจากโครงการที่บริษัทดำเนินการเองแล้ว บริษัทฯยังเข้าร่วมโครงการสาธารณประโยชน์อื่นๆ โดยเน้นกิจกรรมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นสำคัญ

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการปลูกฝังจิตสำนึก การปฏิบัติตัวเป็นแบบอย่างของผู้บริหารที่ถ่ายทอดสู่พนักงาน โดยยึดแนวทางความรับผิดชอบต่อสังคมของกิจการที่จัดทำโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งปัจจุบัน กำหนดหลักการไว้ให้เป็นแนวปฏิบัติ 8 ข้อ ดังต่อไปนี้

1. การประกอบกิจการด้วยความเป็นธรรม

บริษัทฯ กำหนดจริยธรรมทางธุรกิจไว้ในคู่มือการปฏิบัติงานสำหรับพนักงานทั่วไป ครอบคลุมเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตและยุติธรรม

คณะกรรมการบริษัทฯ มีนโยบายและยึดถือปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่อง ในเรื่องของการปฏิบัติต่อคู่ค้าอย่าง เสมอภาคและเป็นธรรม ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต การเคารพสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา การส่งเสริมสิทธิทางการ เมือง ตลอดจนการปฏิบัติตามพันธสัญญาต่อผู้มีส่วนได้เสียของบริษัทฯ ได้แก่

บริษัทฯ ได้พัฒนากระบวนการติดตามและควบคุมความเสี่ยงในระดับปฏิบัติการโดยจัดตั้งคณะทำงานบริหารความเสี่ยงเพื่อกำหนดนโยบาย ควบคุมและติดตามความเสี่ยงในทุกๆ ด้านที่มาจากปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก โดยทำการประเมินความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ (Operational Risk Management) ที่มีผลกระทบโดยตรงต่อความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทฯ มีกระบวนการควบคุมที่รัดกุมยิ่งขึ้น

2. การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับนโยบายการต่อต้านการทุจริต ทั้งในด้านการเผยแพร่แนวคิด การเปลี่ยนแปลงทัศนคติไปสู่การปฏิบัติ โดยเข้าร่วมการประกาศเจตนารมณ์เป็นแนวร่วมปฏิบัติ (Collective Action Coalition) ของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2556 บริษัทฯ ได้รับการรับรองเป็นสมาชิกของแนวร่วมปฎิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2558 และได้รับการจัดอันดับ Anti-Corruption ในระดับ 4

บริษัทฯ ได้จัดทำ "นโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่น (Anti-corruption Policy)" เพื่อให้มีการบริหารจัดการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล และมีการดำเนินการเผยแพร่ สื่อสาร ให้กับผู้บริหารและพนักงานทุกระดับรับทราบและถือเป็นแนวทางปฏิบัติ

3. การเคารพสิทธิมนุษยชน

บริษัทฯ มีนโยบายสนันสนุน และเคารพในการปกป้องสิทธิมนุษยชนที่ประกาศในระดับสากล คณะกรรมการบริษัทฯ ให้ความสำคัญและถือเป็นนโยบายหลักในการดำเนินธุรกิจไปสู่ความยั่งยืน โดยคำนึงถึงการเคารพสิทธิมนุษยชนและเคารพต่อศักด์ศรีในความเป็นมนุษย์ของพนักงานทุกคน ซึ่งเป็นรากฐานของการดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณภาพและคุณค่า บริษัทฯ ตระหนักว่าพนักงานเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ จึงให้ความสำคัญในการปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเป็นธรรม ทั้งในเรื่องการให้โอกาส ผลตอบแทน การแต่งตั้ง โยกย้าย และการพัฒนาศักยภาพควบคู่กับการพัฒนาคุณธรรม เพื่อให้พนักงานเป็นผู้มีความสามารถและเป็นคนดีของสังคม เช่น การจ้างงานที่เป็นธรรมสำหรับพนักงานและให้พนักงานได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมตามศักยภาพ ดูแลรักษาสภาพแวดล้อมและจัดระบบการทำงานให้พนักงานมีความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สิน มีสุขอนามัยที่ดี พัฒนาพนักงานเพื่อฝึกทักษะและเพิ่มพูนศักยภาพอย่างทั่วถึง และให้พนักงานรับทราบข่าวสารของบริษัทฯ อย่างสมํ่าเสมอ

บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2551 และได้รับการรับรองเกี่ยวกับมาตรฐานแรงงานไทย: มรท.8001 (Thai Labour Standard : TLS.8001) โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน ซึ่งประกอบด้วยเรื่อง การไม่ใช้แรงงานบังคับ , ค่าตอบแทนการทำงานที่ยุติธรรม , ชั่วโมงการทำงาน , การไม่เลือกปฏิบัติ , วินัย และการลงโทษ , เสรีภาพในการสมาคม และการร่วมเจรจาต่อรอง , ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เป็นต้น โดยมีคณะทำงานระบบมาตรฐานแรงงานไทย คอยควบคุมดูแล และมีการประชุมคณะกรรมการ เดือนละ 1 ครั้งเพื่อติดตามให้มั่นใจว่า จะไม่มีการกระทำผิดดังกล่าว

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด อย่างเสมอภาคและเป็นธรรม โดยเปิดโอกาสให้พนักงานมีช่องทางการร้องเรียน และแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ เพื่อเป็นแนวทางสู่การพัฒนาและจัดการที่ยั่งยืนขององค์กร

4. การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม

บริษัทฯ ปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเป็นธรรมและมีความเสมอภาค ดังนี้

ผู้บริหารให้ความสำคัญกับพนักงานทุกระดับให้ได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียมกัน ความก้าวหน้าของพนักงานในสายอาชีพขึ้นอยู่กับผลงานความสามารถ โดยใช้ระบบบริหารผลตอบแทนที่มั่นใจได้ว่า พนักงานจะได้รับผลตอบแทนที่เป็นธรรม บริษัทเปิดกว้างในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อความก้าวหน้าในวิชาชีพ สนับสนุนการมีส่วนร่วมของพนักงาน โดยมีช่องทางให้พนักงานแสดงความคิดเห็นผ่านระบบสื่อสารอินทราเน็ตภายในองค์กร และระบบการประเมินผลงาน นอกจากนี้ยังจัดสวัสดิการและกิจกรรมสันทนาการตามความสนใจของพนักงาน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี

บริษัทฯ เปิดกว้างสำหรับการพัฒนาและความก้าวหน้าในสายอาชีพทุกระดับชั้น โดยการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรนั้น มุ่งเน้นการฝึกอบรมในเชิง “การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง” เพื่อให้เกิดผลด้านพฤติกรรมที่คาดหวังอย่างชัดเจน ซึ่งจะฝึกอบรมพนักงานทั้งในด้านความรู้และทักษะเฉพาะด้าน เพื่อใช้ในการปฏิบัติงานตามหน้าที่ การฝึกอบรมทั่วไปเพื่อให้พนักงานสามารถเรียนรู้และปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมองค์กรได้อย่างรวดเร็ว ตลอดจนการฝึกอบรมทักษะและความสามารถที่องค์กรต้องการ โดยตลอดปี 2559 บริษัทฯ โดยฝ่ายทรัพยากรบุคคล ได้จัด การฝึกอบรมให้พนักงานของบริษัทฯและบริษัทในเครืออย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลให้ จำนวนชั่วโมงการฝึกอบรม และจำนวนพนักงานที่มีทักษะหลายด้าน (Multi-skill employee) มีเพิ่มมากขึ้น

  ปี 2555 ปี 2556 ปี 2557 ปี 2558 ปี 2559
จำนวนชั่วโมงการฝึกอบรม (ช.ม/คน/ปี) 23.94 23.75 30.14 74.06 73.50
พนักงานที่มีทักษะหลายด้าน (ร้อยละ) 60.00 64.44 69.26 69.45 75.22

ในปี 2557 บริษัทฯ ได้รับรางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่น ประจำปี 2557 จากกระทรวงแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และได้รับการรับรอง มรท. 8001-2553 เพื่อแสดงว่า บริษัทฯได้ปฏิบัติตามมาตรฐานความรับผิดชอบทางสังคมของธุรกิจไทย มีผลตั้งแต่ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2556 ถึง 7 กุมภาพันธ์ 2559

ในปี 2558 บริษัทฯ ได้รับรางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่น ประจำปี 2558 ระดับประเทศ (จากกระทรวงแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน) ให้ไว้ ณ วันที่ 17 กรกฎาคม 2558 และได้รับประกาศเกียรติคุณเพื่อแสดงว่าบริษัทฯสามารถธำรงรักษาระบบมาตรฐานแรงงานไทยได้อย่างต่อเนื่อง (จากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน) ให้ไว้ ณ วันที่ 26 พฤษภาคม 2558 นอกจากนั้น ยังได้รับเกียรติบัตรจากสมาคมพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่บริษัทฯได้การสนับสนุนการดำเนินงานด้านการสร้างเสริมสุขภาพในสถานประกอบการ

ในปี 2559 บริษัทฯ ได้รับการรับรอง มรท.8001-2553 ระดับสมบูรณ์ ขั้นริเริ่ม จากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน เพื่อแสดงว่าบริษัทฯ ได้ปฏิบัติเป็นไปตามมาตรฐานความรับผิดชอบทางสังคมของธุรกิจไทย มีผลตั้งแต่ วันที่ 15 สิงหาคม 2559 ถึง 14 สิงหาคม 2562

นอกจากนั้น บริษัทฯ ได้รับรางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่น ประจำปี 2559 ระดับประเทศ ด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงาน (จากกระทรวงแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน) ให้ไว้ ณ วันที่ 17 สิงหาคม 2559

5. ความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค

คณะกรรมการบริษัทฯ ยังคงยึดหลักและดำเนินการตามนโยบายที่จะตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้า รวมไปถึงผู้บริโภคที่เป็นผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ให้สามารถมั่นใจได้ว่านอกจากจะได้รับสินค้า บริการที่มีราคาที่ยุติธรรม มีคุณภาพที่ดีที่สุดแล้ว บริษัทฯ ยังตระหนักถึงความปลอดภัยที่อาจส่งผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการกระทำที่เป็นการละเมิดหรือทำให้เสียสิทธิของของผู้บริโภค

ปัจจุบัน บริษัทฯ รวมถึงสำนักงานตัวแทนขายทุกแห่งของบริษัทฯ ทั่วโลก ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/TS 16949:2009 Edition 3 (23 กันยายน 2559 - 14 กันยายน 2561) ซึ่งเป็นระบบการจัดการคุณภาพของผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ โดยได้รับการตรวจสอบจากบริษัท SGS ประเทศไทย จำกัด จำนวน 2 ครั้งต่อปี ซึ่งได้รับการรับรองจาก IATF โดยทางบริษัทฯ ได้รับการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องเป็นประจำเพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทฯ ได้ดำเนินการตามนโยบายและปฏิบัติตามข้อกำหนดของระบบมาตรฐานคุณภาพอย่างเข้มงวด ในปี 2559 บริษัทฯ ได้รับการตรวจสอบระบบคุณภาพ 1 ครั้ง (Surveillance audit) ในเดือนพฤษภาคม ผลการตรวจสอบสามารถรักษาระบบและการรับรองมาตรฐานไว้ได้ และในปี 2559 มีลูกค้าบริษัท CONTINENTAL , AUTOLIV , Danfoss, VALEO, Schneider, BOSE และ John Deere เป็นต้น เข้ามาตรวจติดตามระบบมาตรฐานคุณภาพ ซึ่งไม่พบความไม่สอดคล้องที่มีนัยสำคัญ

ในระหว่างปี 2559 บริษัทฯ ได้ทำ Customer Satisfaction survey เพื่อประเมินความพึงพอใจของลูกค้าในด้านต่างๆ เช่น ในด้านเทคนิค, คุณภาพ, การส่งของตรงเวลา, การตอบสนองในการแก้ปัญหา, Logistics, ความถูกต้องของเอกสาร และการสื่อสาร ซึ่งผลคะแนนจากการสำรวจอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ ในระดับ 80% - 100% และพบว่าภาพรวมของการประเมินความพึงพอใจของลูกค้า มีแนวโน้มความพึงพอใจเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบจากครั้งที่ผ่านมา

นอกจากนั้น ลูกค้ายังได้เข้าตรวจ audit เพื่อ Qualify รับรองโรงงานใหม่ ผลคะแนนจากการ audit อยู่ในระดับ 82% - 97% หรือเฉลี่ยที่ 89% นับว่าโรงงานใหม่ผ่านการรับรองจากลูกค้าทุกรายแล้ว อีกทั้ง ยังมีการ Audit เฉพาะด้าน Logistics ซึ่งผลคะแนนจากการ audit ได้สูงถึง 92% (ดีมาก)

สำหรับปี 2559 บริษัทฯ มีเป้าหมายด้านคุณภาพ ดังนี้

ในปี 2559 บริษัทฯ ได้ดำเนินการด้านระบบมาตรฐานคุณภาพ ดังนี้

ระบบการรับรองมาตรฐานคุณภาพของห้องปฎิบัติการทดสอบ (KCET)

บริษัทฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญของระบบทดสอบที่มีคุณภาพ จึงจัดให้มีการรับรองมาตรฐานคุณภาพของห้องปฎิบัติการทดสอบของ บจ. เคซีอี เทคโนโลยี ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ เพื่อสามารถให้บริการ การทดสอบแผ่นพิมพ์วงจรไฟฟ้าอย่างมืออาชีพ ระดับโลก และเป็นที่ยอมรับของลูกค้า ห้องปฎิบัติการทดสอบของ KCET ได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพของห้องปฎิบัติการทดสอบ ใบรับรองเลขที่ 13T036/0036 ตามมาตรฐานเลขที่ มอก.17025-2548 (ISO/IEC17025 : 2005) โดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)

6. การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม

บริษัทฯให้ความสำคัญและรักษาระบบมาตรฐานสิ่งแวดล้อมไว้อย่างเคร่งครัด ภายใต้ข้อกำหนดและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง มีนโยบายการผลิตที่ใช้พลังงานและทรัพยากรธรรมชาติอย่างเต็มประสิทธิภาพโดยได้ลงทุนระบบการบำบัดมลพิษทางน้ำและทางอากาศ อีกทั้งโรงงานทุกแห่งของบริษัทฯ ตั้งอยู่ในเขตอุตสากรรมซึ่งมีมาตรฐานในการป้องกันมลพิษและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

บริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้บริหารและพนักงาน ดังนี้

นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม

บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและผู้ส่งออกแผ่นพิมพ์วงจรอิเล็กทรอนิกส์ มีความมุ่งมั่นที่จะจัดตั้งระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม โดยจะทำการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องในทุกประเด็นปัญหาและจะปฏิบัติตามนโยบาย ดังนี้

บริษัทฯ มุ่งเน้นให้พนักงานทุกระดับมีส่วนร่วมในการดูแลสภาพแวดล้อมในพื้นที่ทำงานผ่านกิจกรรม 5ส ในส่วนของกระบวนการผลิต ได้ให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ตลอดจนมีมาตรการควบคุม บำบัด และตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมทั้งภายในโรงงานและในพื้นที่ชุมชน เพื่อให้มั่นใจว่ากิจกรรมของบริษัทฯ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

เนื่องด้วย บริษัทฯ ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 14001:2004 (14 ตุลาคม 2558 - 28 มีนาคม 2560) ซึ่งเป็นมาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม จึงต้องได้รับการตรวจสอบระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมจากบริษัท SGS ประเทศไทย จำกัด อย่างต่อเนื่องเป็นประจำ เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทฯ ได้ดำเนินการตามนโยบายและปฏิบัติตามข้อกำหนดของระบบสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวด ในปี 2559 บริษัทได้รับการตรวจสอบระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม 2 ครั้ง Surveillance audit ในเดือนกุมภาพันธ์ และกันยายน

นอกจากนั้น ในปี 2558 บริษัทฯ ได้รับการรับรองจาก Green Industry กระทรวงอุตสาหกรรม ว่าเป็น "อุตสาหกรรมสีเขียวระดับ 3" ระบบสีเขียว (Green System) มีการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ มีการติดตามประเมินผล และทบทวนเพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ออกให้ ณ วันที่ 3 เมษายน 2558 และมีผลถึงวันที่ 2 เมษายน 2561

ในปี 2559 บริษัทฯ มีแผนงานด้านสิ่งแวดล้อม ดังนี้

สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทฯ ในรอบปีที่ผ่านมา เป็นไปตามเป้าหมายการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายและระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม โดยในปี 2559 บริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมให้พนักงานเพื่อเป็นการรณรงค์และสนับสนุนนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมตามแนวทางการปฏิบัติของ ISO 14001 ดังนี้

ตารางสรุปการตรวจวัดด้านสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2559

คุณภาพสิ่งแวดล้อม ปี 2559 เกณฑ์ตามกฏหมาย
ม.ค. - มิ.ย. ก.ค. - ธ.ค.
คุณภาพอากาศจากปล่องระบาย
ปริมาณการปล่อย CO (ppm) 14.56 1.58 690
ปริมาณการปล่อย Nox (ppm) 30.50 35.00 200
Particulate (mg/Nm3) 4.66 1.50 400
คุณภาพเสียง
ระดับเสียงเฉลี่ย 8 ชม. 83.44 90
ระดับเสียงสุงสุด 122.2 140
ปริมาณกากอุตสาหกรรม
ปริมาณกากอุตสาหกรรมที่ไม่อันตราย(ต่อปี) 2,700 ตัน/ปี ฝังกลบและ Recycle อย่างถูกวิธี
ปริมาณกากอุตสาหกรรมที่อันตราย(ต่อปี) 7,800 ตัน/ปี ส่งกำจัดหน่วยงานที่ได้รับอนุญาต

7. การร่วมพัฒนาชุมชนหรือสังคม

บริษัทฯ ร่วมพัฒนาชุมชนหรือสังคม โดยสนับสนุนพนักงานกลุ่มจิตอาสา ร่วมเป็นคณะทำงานในโครงการต่างๆ ทั้งที่เป็นโครงการต่อเนื่อง ได้แก่ โครงการปลูกป่าชายเลน โครงการเก็บขยะริมชายหาด สำหรับโครงการระยะสั้น ได้แก่ การมอบสิ่งของและเงินสนับสนุน รวมทั้งจัดกิจกรรมสันทนาการให้แก่ ผู้ด้อยโอกาส วัด โรงเรียนและสถานที่ราชการ เป็นต้น

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2559 เคซีอี ร่วมกับสถานีตำรวจ สน. ฉลองกรุง จัดอบรมชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง ให้กับชุมชนรอบโรงงาน จำนวน 45 คน

นอกจากนั้น ในปี 2559 บริษัทฯ ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ กับคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยี่พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 เพื่อสร้างความร่วมมือทางวิชาการ และความร่วมมือในการรับนักศึกษาเข้าฝึกงาน หรือการทำโครงการสหกิจศึกษา เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาได้พัฒนาความรู้และทักษะร่วมกัน โดยการเรียนรู้จากประสพการณ์ตรงในการฝึกงาน การถ่ายทอดความรู้จากสถานการณ์จริง โดยมุ่งหวังให้นักศึกษามีความรู้ที่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน หรือสถานประกอบการ

ในวันที่ 18 สิงหาคม 2559 ทางโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ องค์การมหาชน อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ได้นำคณะครูและนักเรียน ระดับชั้น ม 4-ม 6 ที่มีความรู้ความสามารถพิเศษ ด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ จำนวน 48 คน มาศึกษาดูงานเกี่ยวกับเทคโนโลยีการผลิตแผ่นพิมพ์วงจรอิเล็กทรอนิกส์ ที่บริษัทฯ

บริษัทฯ ได้รับนักศึกษาระดับ ปวส สาขางานเทคนิคการผลิต 5 คน จากโรงเรียนจิตรลดา (สายวิชาชีพ) เข้าฝึกงาน เพื่อให้ผู้เรียนได้รับความรู้และทักษะจากผู้มีประสพการณ์ ตามพระราโชบายของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์บริหารของโรงเรียน ในระหว่างวันที่ 1 กรกฏาคม - 30 สิงหาคม 2559

นอกจากนั้น ยังมีนักศึกษาจากสถาบันต่างๆ จำนวน 10 คน ที่เข้ารับการฝึกงานกับบริษัทฯ เพื่อพัฒนาทักษะทางวิชาชีพต่างๆ ในปี 2559

วันที่ 8 ธันวาคม 2559 บริษัทฯ ได้มอบสิ่งของที่จำเป็นเพื่อช่วยเหลือประชาชนชาวภาคใต้ที่ประสบอุทกภัย โดยได้เปิดรับบริจาคสิ่งของจากพนักงานและผู้บริหารของบริษัท

8. การมีนวัตกรรมที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อมและผู้มีส่วนได้เสีย

บริษัทฯ ดำเนินโครงการ KCE New Plant เพื่อขยายกำลังการผลิตรองรับคำสั่งซื้อจากลูกค้า และสร้างโอกาสในการดำเนินธุรกิจ ด้วยตระหนักถึงการดำเนินธุรกิจให้มีการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน จึงได้วางโครงสร้างการออกแบบโครงการโดยคำนึงถึงนวัตกรรมที่สามารถช่วยประหยัดการใช้พลังงานด้านต่างๆ ได้แก่ ไฟฟ้า น้ำ ลม โดยต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยใช้หลักการอาคารอนุรักษ์พลังงาน Green Building คือมุ่งเน้นให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ตามเกณฑ์การประเมินของระบบ Leadership in Energy & Environment Design (LEED) โดยมีรายละเอียดดังนี้

การดำเนินงานและการจัดทำรายงาน

การดำเนินงานปี 2559

บริษัทฯ มุ่งเน้นที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้า ปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ และพัฒนานวัตกรรมเพื่อการประหยัดพลังงานด้านต่างๆ ด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและเป็นมิตรสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะนำไปสู่ความเจริญเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืน จึงได้กำหนดนโยบายในการพัฒนานวัตกรรมอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม และนำไปสู่การปฏิบัติอย่างจริงจัง โดยมีหน่วยงานที่ทำการวิจัยและพัฒนา (Technology Development) เพื่อทดสอบ พัฒนา และดำเนินการวิจัยพัฒนา ดังนี้

  1. การพัฒนากระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: จัดทำโครงการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และลดการใช้พลังงาน
  2. การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: ลดการใช้พลังงานในกระบวนการผลิต รวมถึงเป็นการเพิ่มคุณภาพของสินค้า

แผนการดำเนินงานปี 2560

บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้องค์กรในระยะยาวด้วยการพัฒนาและต่อยอดความรู้ใหม่ๆ เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางความคิด การผลิต กระบวนการทำงานให้เจริญก้าวหน้า ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า มีต้นทุนที่เหมาะสม และสร้างความสามารถในการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การจัดทำรายงาน

บริษัทฯ ได้รายงานสรุปกิจกรรมโครงการความรับผิดชอบต่อสังคมไว้เป็นส่วนหนึ่งในรายงานประจำปีเพื่อเผยแพร่แนวคิด และผลงานกิจกรรมด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมของบริษัทฯ แก่ผู้ถือหุ้น สถานศึกษา สถาบันต่างๆ และผู้สนใจ โดยได้เผยแพร่ในเว็บไซต์ของบริษัทฯ ที่ www.kcethai.in.th

การดำเนินธุรกิจที่มีผลกระทบต่อความรับผิดชอบต่อสังคม

ในปี 2559 บริษัทฯไม่มีข้อพิพาทใดๆ อันเนื่องมาจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทที่เกี่ยวกับกฎหมายสิ่งแวดล้อมและสังคม และไม่ถูกกล่าวหาว่ามีผลกระทบด้านลบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม

กิจกรรมเพื่อประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญและความรับผิดชอบที่มีต่อชุมชน สังคม ศาสนา วัฒนธรรม ทรัพยากร ธรรมชาติและประโยชน์สาธารณชน พร้อมทั้งส่งเสริมและปลูกจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคมในหมู่พนักงานทุกระดับ บริษัทฯ ได้จัดสรรงบประมาณที่ใช้ในโครงการความรับผิดชอบต่อสังคม โดยให้ความสำคัญกับโครงการระยะยาว ที่จะมีส่วนช่วยพัฒนาสังคมได้อย่างยั่งยืน กิจกรรมหลัก ที่บริษัทฯ ให้การสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การสนับสนุนการศึกษาแก่เยาวชน คุณครู และโรงเรียน การส่งเสริมผู้ด้อยโอกาส และการส่งเสริมชุมชนให้พัฒนาศักยภาพให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ การส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม บริษัทฯได้จัดกิจกรรมด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมในหลากหลายรูปแบบ เน้นการทำกิจกรรมเพื่อประโยชน์ด้านเศรษฐกิจพอเพียง การพัฒนามาตรฐานการศึกษาของเยาวชน การพัฒนาด้านสุขภาพกายและใจ ส่งเสริมพัฒนาการด้านศิลปะและการเล่นกีฬา

ในปี 2559 บริษัทฯ และพนักงานได้ร่วมกันทำกิจกรรมเพิ่อสังคม และชุมชน ดังนี้

กิจกรรมที่ 1 โครงการ “ขอไก่ออกไข่ให้น้อง” และร่วมบริจาคอุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา และเครื่องอุปโภคบริโภค เลี้ยงอาหารกลางวัน
  ณ โรงเรียนโม่งหลวง ต.กองแขก อ. แม่แจ่ม จ. เชียงใหม่
ในวันเสาร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2559

บริษัทฯ ได้ร่วมกับทางมูลนิธิของขวัญเพื่อชีวิต ทำโครงการ “ขอไก่ออกไข่ให้น้อง” โดยได้มอบไก่สาวพร้อมไข่ จำนวน 20 – 30 ตัว พร้อมกับสร้างโรงเรือน มอบอุปกรณ์การเลี้ยง วัคซีน ยา และอาหาร พร้อมกับให้ความรู้ในการเลี้ยงและดูแลไก่ในระยะ 3 เดือนแรก เพื่อที่ทางโรงเรียนจะได้เก็บไข่มาทำเป็นอาหารกลางวันให้กับเด็กนักเรียน อีกทั้งเป็นการสอนการเสริมสร้างอาชีพให้กับนักเรียนและชุมชนในหมู่บ้านด้วย นอกจากนั้น ในวันส่งมอบโครงการให้กับทางโรงเรียน ทางบริษัทฯ ได้เลี้ยงอาหารกลางวันเด็กนักเรียน บริจาคอุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา และเครื่องอุปโภค บริโภค ให้กับทางโรงเรียน อีกด้วย

โรงเรียนโม่งหลวง ต.กองแขก อ. แม่แจ่ม จ. เชียงใหม่ เป็นโรงเรียนในโครงการของรัฐบาลเปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล–มัธยมศึกษาปีที่ 3 มีนักเรียนจำนวน 198 คน อาจารย์ผู้สอนจำนวน 8 คน นักเรียนส่วนใหญ่ เป็นชนเผ่าปะกาเกอะยอ เดิมชื่อโรงเรียนบ้านแม่คงคง ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ.2521 ตามหนังสือเลขที่ ชม.33/1598 ลงวันที่ 28 เมษายน พ.ศ.2521ตั้งอยู่หมู่ 6 ตำบลกองแขก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เดิมเป็นโรงเรียนประชาบาล สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ได้เปิดทำการสอนครั้งแรกตามหลักสูตรประถมศึกษา เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ.2521 โดยในระยะแรกยังไม่มีอาคารเรียนต้องไปอาศัยโบสถ์ของหลวงพ่อ ที่ใช้เผยแพร่ศาสนาคริสต์ประจำหมู่บ้านเป็นที่เรียน ต่อมาได้งบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ จัดสร้างอาคารเรียนไม้ จำนวน 4 ห้องเรียน และบ้านพักครูแบบองค์การอีก 1 หลัง และได้ย้ายมาเรียนที่อาคารเรียนหลังใหม่ เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2523 และได้จับจองพื้นที่ของโรงเรียน เพื่อนำเข้าเป็นพื้นที่ราชพัสดุ จำนวน 8 ไร่ 2 งาน 2 ตารางวา

ในปี พ.ศ.2526 ได้จัดตั้งโรงเรียนบ้านโม่งหลวง สาขาบ้านแม่อมลาน ตามหนังสือที่ ศธ.1420.07/106 ลงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2526 ตามโครงการสวนป่าสิริกิตติ์ และได้เปิดทำการสอนเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2526 เป็นต้นมา

กิจกรรมที่ 2 โครงการสมทบทุนการซ่อมแซมและปรับปรุงตึกผู้ป่วยในจิตเวช สถาบันกัลยาณ์ ราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต
  ถนนพุทธมณฑลสาย 4 เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ

ด้วยสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ ชื่อเดิม โรงพยาบาลนิติจิตเวช เป็นโรงพยาบาลจิตเวช สังกัดกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ตั้งอยู่ที่ 23 หมู่ 8 ถนนพุทธมณฑลสาย 4 เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ 2514 มีหน้าที่บำบัดรักษาผู้ป่วยให้กลับไปใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยทั้งตัวผู้ป่วย ครอบครัวและสังคม ต่อมาสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ประทานนามเป็น “สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์” เพื่อลดตราบาปของผู้ป่วยจิตเวชที่เกี่ยวข้องกับคดี อีกทั้งยังให้บริการด้านจิตเวชทั่วไปให้กับประชาชนทั่วไป ทุกกลุ่มวัย และในขณะนี้ หอผู้ป่วยมีสภาพทรุดโทรมมากทั้งด้านกายภาพและระบบสุขาภิบาลชำรุด ไม่สามารถใช้พื้นที่ในการจัดบริการผู้ป่วยได้อย่างเต็มที่เนื่องจากใช้งานมานานกว่า 45 ปี โดยทางสถาบันได้พยายามซ่อมแซมเป็นครั้งคราว แต่มีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ และส่วนใหญ่ผู้ป่วยที่รับไว้ไม่สามารถเรียกเก็บค่าบริการได้ ขณะเดียวกันต้องบำบัดรักษา ฟื้นฟูผู้ป่วย และพัฒนาการบริการให้สอดคล้องกับมาตรฐานสถานพยาบาล โดยคำนึงถึงสิทธิความเป็นมนุษย์โดยสำคัญ

กลุ่มบริษัท เคซีอี จึงได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบริจาคเงินสมทบทุนในการซ่อมแซมและปรับปรุงตึกผู้ป่วยใน โดยการปรับรูปลักษณ์ของตึกให้เป็นมิตรกับผู้ป่วย เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 1,800,000 บาท (หนึ่งล้านแปดแสนบาทถ้วน)

กิจกรรมที่ 3 กิจกรรมเลี้ยงอาหารกลางวัน ร่วมทำกิจกรรม และบริจาคสิ่งของ ณ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางละมุง
  ตำบลบางละมุง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี
ในวันเสาร์ ที่ 14 พฤษภาคม 2559

สถานสงเคราะห์ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางละมุง ตั้งอยู่ที่ตำบลบางละมุง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เป็นสถานสงเคราะห์คนชราแห่งแรกที่จัดสร้างขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลกับภาคเอกชน ต่อมากรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ได้ขอให้กรมข้าราชการและพลเรือนพิจารณาการเปลี่ยนชื่อ และภารกิจของสถานสงเคราะห์คนชราและศูนย์บริการทางสังคมผู้สูงอายุ เป็นศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ และมีมติให้ปรับปรุงโครงสร้างการแบ่งงานภายในศูนย์ฯ ใหม่ มีหน้าที่หลักๆ และมีวัตถุประสงค์ขององค์กรคือ การจัดสวัสดิการผู้สูงอายุให้ได้มาตรฐาน ดูแลคุ้มครอง พัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเครือข่ายในด้านผู้สูงอายุ โดยมีผู้สูงอายุอยู่ในความดูแลของศูนย์ฯ ทั้งหมดจำนวน 220 คน แบ่งเป็นผู้สูงอายุชาย 95 คน หญิง 125 คน โดยส่วนมากจะเป็นผู้สูงอายุที่ถูกครอบครัวทอดทิ้ง หรือบางคนครอบครัวก็ไม่สามารถเลี้ยงดูได้จึงนำมาทิ้งไว้ที่ศูนย์พัฒนาฯแห่งนี้

บริษัทฯ ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคมด้วยการนำพนักงานจำนวน 38 คน ร่วมทำกิจกรรมสันทนาการกับผู้สูงอายุ เลี้ยงอาหารกลางวันและไอศครีม บริจาคสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค พร้อมทั้งร่วมทำกิจกรรมสันทนาการ กับผู้สูงอายุในศูนย์พัฒนาในครั้งนี้ด้วย

กิจกรรมที่ 4 CSR โครงการย่อย
  1. กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ ณ เดอะโบนันซ่า เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา
    ในวันที่ 16-17 กรกฎาคม 2559
    บริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ให้กับพนักงาน เพื่อเป็นการสร้างองค์ความรู้ให้กับบุคคลากร เพิ่มทักษะในการทำงาน สร้างความสัมพันธ์ในหมู่คณะ ตลอดจนการอยู่ร่วมกันและการทำงานเป็นทีม ณ เดอะโบนันซ่า เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ในวันที่ 16-17 กรกฎาคม 2559 นอกจากนี้ พนักงานได้ร่วมทำบุญถวายปัจจัยสมทบทุนในการสร้างหลังคาวัดด้วย
  2. กิจกรรมช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช
    ในวันที่ 17 ธันวาคม 2559
    บริษัทฯ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยการแจกถุงยังชีพให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเขตบ้านควนเถียะ บ้านนางหลง บ้านโคกทราง ตำบลนางหลง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ในวันที่ 17 ธันวาคม 2559
  3. ณ วัดศรีจันทร์ประดิษฐ์ จังหวัดสมุทรปราการ
    ในวันที่ 15 กรกฎาคม 2559
    บริษัทฯ ได้ร่วมสืบสานประเพณีไทย โดยการถวายเทียนพรรษาและผ้าอาบน้ำฝน เนื่องในวันเข้าพรรษา ณ วัดศรีจันทร์ประดิษฐ์ จังหวัดสมุทรปราการ ในวันที่ 15 กรกฎาคม 2559
  4. โครงการฝึกอบรมการทำปุ๋ยหมักจากผักตบชวา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
    บริษัทฯ ได้ร่วมกับการนิคมอุตสาหกรรมไฮเทค (บ้านหว้า) ทำกิจกรรมเพื่อเป็นการส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ทดแทนให้แก่เกษตรกรในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งไม่สามารถทำงานได้ เนื่องจากสภาวะวิกฤติขาดแคลนน้ำ
  5. กิจกรรมสนับสนุนโครงการส่งเสริมสร้างป่า สร้างรายได้ ณ ชุมชมบ้านปอ จังหวัดเลย
    ตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
    ในวันที่ 7-8 พฤษภาคม 2559
    บริษัทฯ ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าต้นน้ำ เพื่อรักษาสภาพแวดล้อมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน โดยส่งเสริมให้ประชาชนลดการปลูกพืชแบบเชิงเดี่ยว แล้วหันมาปลูกพืชแบบผสมผสาน ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตามคำสอนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งยังดำเนินโครงการตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาเป็นแนวในการดำเนินชีวิต ทางบริษัทฯ จึงสนับสนุนให้ชุมชนบ้านนาปอ สร้างฝายชะลอน้ำและการปลูกป่าทดแทนเพื่อที่จะทำให้ต้นน้ำและป่ายังมีความสมบูรณ์พร้อมทั้งลดความแห้งแล้ง และสภาพพื้นที่ป่าที่ลดน้อยลง
    ชุมชนบ้านนาปอ หมู่ที่ 4 ต.แสงภา อ. นาแห้ว จ.เลย เป็นชุมชนที่ติดต่อกับชายแดนประเทศลาว หรือส่วนใหญ่เรียกหมู่บ้านกันชน ประชาชนตำบลแสงภา แยกออกเป็น 6 หมู่บ้าน ประกอบด้วย บ้านแสงภา บ้านป่ากอ บ้านหัวนา บ้านนาปอ บ้านบ่อเหมืองน้อย และบ้านห้วยน้ำผัก ชุมชนบ้านนาปอมีประชากร 53 ครัวเรือน 211 คน เป็นชาย 107 หญิง 104 คน ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำไร่ข้าวโพด สัปปะรส เสาวรส มันสำปะหลัง และหาของป่า
  6. กิจกรรมอนุรักษ์ และปลูกป่าชายเลน ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ สถานตากอากาศบางปู
    ในวันที่ 19 สิงหาคม 2559
    บริษัทฯ ได้ร่วมกับชุมชนในการอนุรักษ์และปลูกป่าชายเลน ณ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบก สถานตากอากาศบางปู เพื่อเป็นการสร้างเสริมความสามัคคีในการทำกิจกรรมร่วมกับหน่วยงานชุมชนในนิคมอุตสาหกรรม และเพื่อสนับสนุนให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในการปลูกป่ากับชุมชน